|
ช่วง 4 - 5 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรานั้น มักจะมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ เช่น บางคนเกิดมาเป็นลูกชาวบ้านธรรมดาแท้ๆ แต่พอมีอำนาจวาสนาขึ้นมาบริหารประเทศก็บอกว่าชาติปางก่อนนั้นเคยถือกำเนิดมาเป็นกษัตริย์ของเมืองนั้น เมืองนี้มาก่อน ชาวบ้านชาวช่องแถวๆ นั้นก็ไม่รู้ว่าเขากินข้าวหรือกินหญ้า กับเอารูปแปลกๆ ใบหน้าคล้ายๆ สี่เหลี่ยมทางเราขาคณิตมาแขวนเอาไว้ที่บ้านของตน เมื่อผู้คนในสังคมไทยต่างมีจิตวินิจฉัยที่ผิดปกติถึงเพียงนี้แล้ว คุณผู้อ่านจะให้ผู้เขียนบอกว่ามันไม่แปลกได้อย่างไร อย่างไรก็ตามพี่น้องที่รักครับ เมื่อผู้เขียนหันซ้ายแลขวาก็พบความจริงประการหนึ่งว่าไอ้เจ้าสิ่งผิดปกติที่ผู้เขียนได้กล่าวถึงนี้มันมีอยู่ทั่วไปหมด ไม่เว้นแม้กระทั่งวงการคริสเตียน พอเขียนมาถึงตรงนี้ ก็อาจจะมีคริสเตียนบางคนหรืออาจะหลายคนก็เป็นได้ที่คิดว่าเอ้….ผู้เขียนนั้นมีวิญญาณแห่งการกล่าวโทษพี่น้องด้วยกันหรือเปล่านี้ ก่อนที่คุณผู้อ่านจะสรุปอย่างนั้นว่า ผมมีวิญญาณแห่งการกล่าวโทษใครหรือไม่อย่างไร ผมขอให้พี่น้องช่วยติดตามผมมาอีกสักนิดนึงเถอะครับแล้วท่านจะสรุปบทความชิ้นนี้อย่างไร ก็ตามแต่ใจของท่านเถิด ( ฮา ) พี่น้องที่รักครับ ในช่วง 6 - 7 ปีหลังนี้ ผู้เขียนสังเกตว่าคริสเตียนบ้านเรา มักจะเต็มไปด้วยคนที่อ้างว่าได้รับถ้อยคำจากพระเจ้า ( การเผยพระวจนะ ) ผู้เชื่อใหม่หลายคนที่ยังไม่เข้าใจหลักคำสอนที่แท้จริงบางคน ก็ไปแสวงหาคำตอบหรือติดตามคริสเตียนกลุ่มนี้ ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากที่ชาวพุทธวิ่งไปหาคนเข้าทรงองค์เจ้าเพื่อจะให้ได้มาซึ่งหลักการดำเนินชีวิต บางแห่งก็เน้นไปในด้านพิธีกรรม เช่น ทำให้เกิดความรู้สึกว่า ถ้ามีการนมัสการอธิษฐานต่อพระเจ้าแล้วไม่ได้มีการเป่าเขาสัตว์ในทุกๆ ครั้ง การนมัสการอธิษฐานนั้นจะไม่ศักดิ์สิทธิ์หรือพระเจ้าไม่ได้อยู่ด้วยอะไรประมาณนั้น อีกประการหนึ่งที่ผู้เขียนพบก็คือว่า เมื่อไม่นานมานี้มีคำสอนที่เน้นเรื่องประเทศอิสราเอลมากจนเกินไปจนดูเหมือนว่า ถ้าคริสเตียนคนไหนไม่ได้อธิษฐานเผื่อประเทศนี้แล้ว เราจะได้รับความบาปอะไรอย่างนั้น หรือมีคำสอนเรื่องทูตสวรรค์มากจนเกินไป จนดูเหมือนว่าเรื่องของฑูตสวรรค์นั้นมันมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตคริสเตียนซะเหลือเกิน เพราะบางคนสอนว่าคริสเตียนสามารถที่จะอธิษฐานสั่งให้ทูตสวรรค์องค์ไหนก็ได้มาทำหน้าที่ตัวเองปรารถนา ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพระคัมภีร์ไม่เคยบอกอย่างนั้นแก่เรา สิ่งที่พระคัมภีร์สอนเราในเรื่องนี้เอาไว้ใน ( ฮบ. 1 : 14 ) ก็คือ ให้เรารู้ว่าทูตสวรรค์นั้นเป็นเพียงวิญญาณตนหนึ่งเท่านั้นเอง เป็นผู้ปรนนิบัติที่พระเจ้าส่งมาเพื่อช่วยเหลือบรรดาผู้ที่ได้รับความรอดโดยองค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงตรัสต่อทูตสวรรค์ตนนั้นโดยพระองค์เอง บางกลุ่มก็เน้นเรื่องยุคสุดท้าย จนดูเหมือนว่าองค์พระเยซูคริสต์มายืนอยู่ที่หน้าประตูของคริสตจักรแล้วอย่างไงอย่างงั้น ยิ่งไปกว่านั้นกับตีความไปว่าเวลานี้รัฐบาลโลกของบุคคลหมายเลข 666 กำลังปกครองโลกนี้อยู่ อย่างไรก็ตามเราต่างต้องยอมรับความเป็นจริงอย่างหนึ่งว่า องค์พระเยซูคริสต์ได้เสด็จเข้ามาในโลกนี้แล้ว ผ่านสถานการณ์หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นไปตามที่พระคัมภีร์วิวรณ์ได้มีการบันทึกไว้ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คริสเตียนความรู้ แต่เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปศึกษาหรือแสวงหา เช่นรหัสลับ หรือตีความการเสด็จมาครั้งที่ 2 ขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าให้สับสนวุ่นวาย ประการที่สำคัญก็คือ เราต้องไม่ลืมว่าทั้งผู้เขียนและผู้อ่าน เราอาจจะตายจากโลกนี้ไปก่อนสิ่งต่างๆ ที่หนังสือวิวรณ์ได้พยากรณ์เอาไว้ทั้งหมด ( ฮา ) ดังนั้นคริสเตียนน่าจะรักษาชีวิตและจิตวิญญาณของเราให้ผูกพันกับพระเจ้าเอาไว้ให้มากที่สุดน่าจะดีกว่า รวมทั้งติดตามคนที่หลงหายให้กลับมาสู่แผ่นดินของพระเจ้าน่าจะดีที่สุด ผู้เขียนอยากจะขอขมวดปมเขียนเอาไว้สักนิดหนึ่งในประเด็นนี้ซึ่งอาจจะผิดก็ได้นั่นก็คือว่า จากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนี้และในอนาคต ขอให้รู้ว่าคำสอนที่กลายเป็นกลุ่มคำสอนเท็จมากที่สุดนั่นก็คือ คำสอนเรื่องการเสด็จมาครั้งที่ 2 ของพระเยซูที่คนพยายามตีความและสำคัญผิดว่าเป็นความรู้หรือการสำแดงจากพระเจ้า สุดท้าย ท้ายสุดที่ผู้เขียนรู้สึกว่ามันเป็นอาการน่าเป็นห่วง ( ที่ซู๊ด ) นั่นก็คือว่า มีผู้เชื่อบางกลุ่มพยายามทำตัวย้อนยุคกลับไปอยู่ในธรรมศาลา หรือชอบทำตัวเป็นยิวโดยถือตามเทศกาลต่างๆ ทั้งที่เรารู้ก็รู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เล็งถึงการเสด็จมาปรากฏของพระเยซู ซึ่งนั่นหมายความว่าเมื่อพระคริสต์เสด็จมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดแล้ว พิธีกรรมหรือเทศกาลต่างๆ ทั้งหลายนั้นได้สิ้นสุดลง เราจึงเป็นคนต่างชาติโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเป็นคนยิวเพื่อจะได้รับความรอดและนี่เป็นพระคุณของพระเจ้าอย่างหนึ่ง มาถึงตรงนี้ผู้เขียนจึงอยากที่จะหนุนใจ โดยเฉพาะเพื่อนผู้รับใช้ซึ่งทำหน้าที่ในการศิษยาภิบาลที่จะตระหนักถึงคำเทศน์คำสอนและหลักการต่างๆ ที่ควรจะเป็น ทั้งนี้เพื่อเป็นการวางรากฐานให้กับพี่น้องของเรา และควรให้พี่น้องที่จะติดตามความจริงแห่งพระวจนะของพระเจ้า มากว่าที่จะวิ่งตามประชุมสัมมนาอะไรก็ไม่รู้เยอะไปหมดในปัจจุบัน ซึ่งบางสัมมนาก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความรอดของคนหรือไม่เป็นประโยชน์อะไรกับคริสตจักรของพระเจ้าเลย
อ. ก้องภพ ภู่จันทร์ ศบ. คริสตจักรใจสมานสมุทรสงคราม กรรมการองค์การวาระแห่งการเก็บเกี่ยว
|