Jaisamarn Samutsongkhram Church




Home / หน้าแรก arrow คำเทศนาจาก ศิษยาภิบาล arrow ฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐาน
Latest News บทความ และข่าวสารอัพเดทล่าสุด ...

ฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐาน
ในค่ำคืนนี้จะอัญเชิญพระวจนะของพระเจ้าจาก พระธรรมกิจการ 12 : 1 - 19  ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ กิจการ 12 : 1 - 9 และอ่านพร้อมๆ กันด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ  ผมจะให้ชื่อเรื่องของคำเทศนาในค่ำคืนนี้ว่า “ ฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐาน ” ให้เราได้ร่วมใจกันอธิษฐานครับ
 พี่ - น้องที่รักครับ  ถ้าพี่ - น้องได้มีโอกาสศึกษาหรือค้นคว้าหาอ่านประวัติศาสตร์คริสตจักรของพระเจ้าที่ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาในโลกใบนี้  พี่ - น้องก็จะพบว่าคริสตจักรของพระเจ้าที่ได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นในโลกใบนี้นั้น ไม่ได้ถือกำเนิดหรือเกิดขึ้นมาจากการประชุมหรือถือกำเนิดหรือเกิดขึ้นมาจากสัมมนาทางวิชาการใดๆ ทั้งสิ้น แต่คริสตจักรขององค์พระเยซูพระเจ้า ได้ถือกำเนิดและเกิดขึ้นมาระหว่างมีการประชุมอธิษฐานของบรรดาผู้เชื่อหรือคริสเตียนทั้งสิ้น 
ด้วยเหตุนี้นี่เองพี่ - น้องที่รัก ที่เป็นเหตุทำให้คริสตจักรของพระเจ้านั้นมีการเจริญเติบโตและขยายผลทวีคูณออกไปมากยิ่งขึ้น และโดยส่วนตัวผมเชื่อว่าถ้าคริสตจักรขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า ถูกกำเนิดหรือเกิดขึ้นมาจากการประชุมหรือการสัมมนาทางวิชาการแล้วไซร้ คริสตจักรขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า ก็คงจะไม่ได้มีอายุยืนนานนานถึงขนาดนี้หรืออาจจะล้มหายตายจากไปแล้วก็ได้
จากพระวจนะคำของพระเจ้าที่เราได้อ่านร่วมกันเราพบอะไร ? 
ประการที่ 1 อยู่ใน กจ. 12 : 1 - 5   
ฤทธิ์อำนาจประการแรก ที่พระคัมภีร์ในตอนนี้สอนเรานั่นก็คือ  “ ฤทธิ์อำนาจของซาตาน ”  พระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้สอนเราว่า มารซาตานมันใช้กษัตริย์เฮโรดเป็นเครื่องมือของมัน กษัตริย์เฮโรดจึงเป็น Champion ไม่ใช่เพียงแค่ต่อต้านคริสเตียนเท่านั้น แต่กษัตริย์เฮโรดเขายังเป็น Champion ในเรื่องของการฆ่าล้างทำลายคริสเตียนด้วยเช่นกัน
ดังนั้นเราจึงไม่ต้องแปลกใจเลยพี่ - น้องที่รักว่า  ทำไมกษัตริย์เฮโรดพระองค์นี้ถึงได้ชอบฆ่าล้าง ทำลายคริสเตียนหรือชอบข่มเหงคริสตจักรของพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา
เหตุเพราะเบื้องหลังของกษัตริย์เฮโรดนั้น มันมีอำนาจชั่วบางอย่าง ซึ่งเป็นอำนาจของมาร ซาตาน ที่คอยครอบครองและครอบงำเขาอยู่
 พี่ - น้องที่รักครับ พระวจนะของพระเจ้าใน 2 พยางค์แรกของพระธรรมกิจการ 12 :1 นี้น่าสนใจ ให้ที่ประชุมได้อ่านเฉพาะ 2 พยางค์แรกของกิจกการ 12 : 1 พร้อมๆ กันด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ “ คราวนั้น ” 
คำถามก็คือว่า  “ คราวนั้น ”  ที่พระคัมภีร์พูดถึงมันหมายถึงคือ “ คราวไหน ”
คำตอบอย่างง่ายๆ ก็คือ  “ คราวนั้น ”  ที่พระคัมภีร์พูดถึงนั่นก็คือ 
1. คราวไหนก็ตามที่พระกิตติคุณของพระเจ้าได้ถูกแพร่ขยายออกไป ในแต่ละที่แต่ละแห่ง  คราวนั้นแหละพี่ - น้องที่รักครับ  ที่มาร ซาตานมันจะข่มเหงคริสเตียนเป็นพิเศษ
2. คราวไหนก็ตามที่มีการประกาศพระวจนะของพระเจ้า ออกไปอย่างกว้างขวางหรืออย่างเอาจริงเอาจัง  คราวนั้นแหละครับพี่ - น้องที่รัก  ที่มาร ซาตานมันจะทำลายล้างคริสเตียนที่รักพระเจ้า
พระวจนะของพระเจ้าใน 1 คร. 16 : 9 ตรัสว่าอย่างไรให้ผู้ที่เปิดไวที่สุดอ่านให้กับที่ประชุมฟังด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ “ เพราะว่าที่นี่มีประตูเปิดให้ข้าพเจ้าอย่างกว้างขวางน่าจะเกิดผล  ทั้งคนขัดขวางก็มีเป็นอันมากด้วย ”
3. คราวไหนก็ตามที่คริสตจักรของพระเจ้า ทำงานอย่างเกิดมรรคเกิดผล  หรือรุดไปข้างหน้าอย่างมีชัย  คราวนั้นแหละครับพี่ - น้องที่รัก ที่มาร ซาตานมันจะใช้ใครบางคนที่จะขัดขวางงานของพระเจ้า
4. คราวไหนก็ตามที่พี่ - น้องและผมเริ่มที่จะมีชีวิตที่เติบโตขึ้นในทางของพระเจ้าคราวนั้นแหละครับที่มาร ซาตานมันจะใช้บางสิ่งบางอย่างเข้ามาข่มเหงหรือทำลายล้างชีวิตในความเชื่อของท่าน เพราะฉะนั้นขอให้พี่ - น้องได้รู้หรือได้เข้าใจเถิดว่า 
ถ้าหากชีวิตคริสเตียนของพี่ - น้องมันยังไม่ไปถึงไหนเลยกับพระเจ้า มันยังกึกๆ กั๊กๆ อยู่เหมือนกับมีอะไรขัดขวางพี่ - น้องอยู่  ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าพี่ - น้องอาจจะกำลังเผชิญฤทธิ์อำนาจของมาร ซาตานอยู่ก็เป็นได้ 
ด้วยเหตุนี้เองพี่ - น้องที่รัก จึงมีคำกล่าวเอาไว้ดังนี้ว่า “ เมื่อพระเจ้าเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกมาอวยพรคริสตจักรหรืออวยพรเรา  มาร ซาตานมันก็เหยียดมือของมันออกมาทำร้ายคริสตจักรหรือบางคนในคริสตจักรด้วยเช่นกัน ”
 กจ. 12 : 2  พระคำของพระเจ้าสอนให้เรารู้ว่า  เมื่อเวลามาร ซาตาน  มันต้องการที่จะจัดการกับใครนั้น มันเลือกที่จะจัดการกับใครก่อนครับพี่ - น้อง ?
คำตอบอย่างง่ายๆ ก็คือ มันเลือกที่จะจัดการกับผู้รับใช้ของพระเจ้า ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณก่อนเป็นอันดับแรก  แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่จัดการกับพี่ - น้องน๊ะครับ
ยน. 10 : 10  พระวจนะของพระเจ้าตรัสเอาไว้ดังนี้ว่า “ ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักฆ่าและทำลายเสีย ”  ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกที่ กจ. 12 : 2 ได้บันทึกเอาไว้ว่าซาตานได้ฆ่ายากอบทิ้งเสียด้วยดาบและจับเปโตรขังเอาไว้ในคุก  เหตุเพราะทั้ง 2 ท่านนี้เป็นบุคคลที่สำคัญ  ทั้ง 2 ท่านนี้เป็นผู้เทศนาพระกิตติคุณของพระเจ้าเพื่อให้คนบาปนั้นได้กลับใจใหม่ เพราะฉะนั้นซาตาน มันต้องการที่จะหยุดกิจกรรมในฝ่ายจิตวิญญาณของอัครทูตทั้ง 2 ท่านนี้เอาไว้ให้ได้ 
พี่ - น้องลองคิดดูว่า  ถ้าคริสตจักรไม่มีผู้เทศนาเรื่องพระกิตติคุณของพระเจ้าแล้วจะเป็นอย่างไร ?  มันก็ย่อมส่งผลกระทบต่อคริสตจักรและมวลหมู่สมาชิกอย่างแน่นอน
เพราะฉะนั้นมาร ซาตานมันจึงต้องการที่จะจัดการกับเปโตร - ยากอบ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณระดับหัวกระทิในเวลานั้น  และเมื่อมาร ซาตานมันสามารถที่จะผูกมัดผู้รับใช้ของพระเจ้าเอาไว้ได้แล้ว  มันก็เป็นเรื่องที่ยากมากๆ ที่ผู้รับใช้ของพระเจ้าจะหลุดการผูกมัดนั้นได้ด้วยกำลังของตนเอง
ให้เรามาดูสภาพของเปโตรด้วยกันว่า ในขณะนั้นเปโตรต้องตกอยู่ในสภาพเช่นใด  พระวจนะของพระเจ้าได้บันทึกเอาไว้ว่า  เขามีโซ่พันธนาการที่มือของเขาอยู่ 2 เส้น  ที่ขาทั้ง 2 ข้างของเขาก็คงจะถูกเข้าขื่อเอาไว้  ในคุกนั้นมีทหาร 2 คนคอยที่จะอยู่ข้างกายของเขาตลอดเวลา  นอกจากนั้นยังมีทหารอีก 4 หมู่ๆ ละ 4  คนรวม 16 คน คอยคุมเขาอยู่ตลอดเวลาในแต่ละประตูเพื่อไม่ให้เขาหนีออกไปได้  อย่างไรก็ตามพี่ - น้องที่รัก ถ้าเราสมมติว่าเปโตรเขาอาจจะหนีออกไปจากประตูในแต่ละชั้นได้ แต่เขาก็มีสิทธิที่จะออกไปเจอกับดาบของเฮโรดอีกก็เป็นได้
นี่คืออำนาจของมาร ซาตาน ซึ่งเราจะเห็นได้ว่ามาร ซาตานมันพยายามที่จะใช้อำนาจเป็นอย่างมาก  มันใช้ทั้งการพันธนาการ ใช้กำลังทหาร ใช้ยาม ใช้ดาบ  ใช้กรงขัง  ใช้โซ่และอาวุธ และมันอาจจะใช้อะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างก็ตาม  แต่ขอให้พี่ - น้องได้รู้และได้เข้าใจเถิดว่า “ มันก็มีขีดจำกัด ” เพราะพระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้ได้มีการบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สุดท้าย ท้ายสุดว่า อ. เปโตรออกมาจากคุกได้ไหมครับ ? 
ขอให้เราบอกกับคนข้างซ้าย  ข้างขวาว่า มาร ซาตาน มันมีฤทธิ์อำนาจก็จริงแต่มันมีขีดจำกัด
จากพระวจนะคำของพระเจ้าที่เราได้อ่านร่วมกันเราพบอะไร ?
ประการที่ 2 อยู่ในข้อที่ 5 ให้เราอ่านพร้อมกันด้วยเสียงดังเชิญครับ
ฤทธิ์อำนาจประการที่ 2  ที่พระคัมภีร์ตอนนี้สอนเรานั่นก็คือ ฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐาน
พี่ - น้องที่รักครับ เมื่อมีอะไรบางสิ่ง บางอย่าง เกิดขึ้นกับคริสตจักรของพระเจ้าหรือมีอะไรบางสิ่ง บางอย่าง เกิดขึ้นกับคนของพระเจ้าซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณและหรือมีอะไรบางสิ่ง บางอย่างเกิดขึ้นกับพี่ - น้องสมาชิกของเรา
ในฐานะที่เราเป็นคริสตชน เราต้องรู้ว่า เราควรที่จะทำอะไรและเราไม่ควรที่จะทำอะไร
จากเหตุการณ์ตอนนี้เราพบว่า  ผู้เชื่อหรือคริสเตียนในยุคแรกเขาได้ทำจดหมายไปถึงกษัตริย์เฮโรดให้ปล่อยตัว อ. เปโตรไหมครับ ? เดินประท้วงหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายไหมครับ ?
พระวจนะของพระเจ้าได้บันทึกเอาไว้อย่างชัดเจน จากเหตุการณ์ในตอนนี้นั่นก็คือ 1 )  พวกเขาเข้ามาหาพระที่นั่งแห่งพระคุณ 2 )  พวกเขาได้ถวายชีวิตของพวกเขาเพื่อที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้า
เช่นเดียวกันพี่ - น้องที่รักครับ  1 ) ถ้าพี่ - น้องจะแก้ไขปัญหาที่มันเกินสติปัญญาหรือเกินกำลังของเรา  พี่ - น้องก็จะต้องเข้ามาหาพระที่นั่งแห่งพระคุณของพระเจ้า 2 ) ถ้าพี่ - น้องต้องการที่จะให้พระเจ้าช่วยพลิกสถานการณ์บางสิ่ง บางอย่างในชีวิต  พี่ - น้องก็จะต้องถวายชีวิตของพี่ - น้องที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้า
ผู้เชื่อในยุคแรกรู้ว่า พวกเขานั้นไม่มีอาวุธอะไรเลย ที่จะไปต่อสู้กับมาร ซาตานหรือไม่มีอาวุธอะไรเลยที่จะไปต่อสู้กับทหารของกษัตริย์เฮโรดได้  แต่สิ่งที่ผู้เชื่อในยุคแรกนั้นมีนั่นก็คือ การอธิษฐาน  อาจจะกล่าวได้ว่า  การอธิษฐานเป็นอาวุธเพียงชิ้นเดียวที่พระเจ้าได้ทรงทิ้งเอาไว้ให้กับผู้เชื่อในเวลานั้น  และผู้เชื่อในยุคแรกก็ได้ใช้อาวุธเพียงชิ้นเดียวนี้แหละนั่นก็คือการอธิษฐานซึ่งเป็นอำนาจที่เหนือธรรมชาติต่อสู้กับอำนาจของมาร
ซาตาน  ผลของการต่อสู้นี้เราแพ้หรือว่าเราชนะครับพี่ - น้อง ? ด้วยเหตุนี้นี่เองพี่ - น้องที่รักทำให้เราต้องเชื่อในฤทธิ์อำนาจของการอธิษฐาน      
 อย่างไรก็ตามพี่น้องที่รักครับ ผมพบว่ามีผู้เชื่อหลายคน เมื่ออ่านพระวจนะของพระเจ้ามาถึงตอนนี้แล้ว ต่างก็มักที่จะเกิดคำถามขึ้นมาภายในจิตใจว่า แล้วทำไมผู้เชื่อหรือคริสตจักรในยุคแรกถึงไม่อธิษฐานเผื่อท่านยากอบด้วยเล่า เพราะกษัตริย์เฮโรดได้ฆ่ายากอบในทันที  หรืออาจจะเกิดคำถามหรือความสงสัยขึ้นมาว่า ผู้เชื่อหรือคริสตจักรในยุคแรกได้อธิษฐานเผื่อผู้รับใช้ของพระเจ้าคนนี้ด้วยหรือเปล่า  คงจะไม่ได้อธิษฐานเผื่อท่านยากอบกันหรอกมั้ง  เพราะยากอบตายแต่เปโตรรอดนี่หน่า  นี่คือคำถามของผู้เชื่อหลายต่อหลายคนเมื่อเขาได้อ่านพระวจนะของพระเจ้ามาถึงตอนนี้
 บางคนถามผมว่า  อาจารย์ทำไมยากอบถึงตายแต่เปโตรถึงรอด อันนี้ผมตอบได้เลยว่าผมไม่รู้  หรือบางคนถามผมว่า ทำไม่เราอธิษฐานเผื่อคนนั้นเขาถึงหายโรค แต่เราอธิษฐานเผื่อคนนี้เขากับไม่หายโรค  อันนี้ผมก็ตอบได้เช่นกันว่า ผมไม่รู้และผมก็ไม่มีปัญญาพอที่จะรู้ได้ด้วย เหตุเพราะการ “ ตอบ ” คำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเรานั้นมันเป็นความลึกลับอย่างหนึ่ง  ดังนั้นมนุษย์อย่างเราจึงไม่สามารถที่จะตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับการที่พระเจ้าตอบคำอธิษฐานหรือการที่พระเจ้าไม่ตอบคำอธิษฐานนั้นได้
 เมื่อแบ่งปันมาถึงตรงนี้ ก็อดที่จะคิดถึงเรื่องของเรื่องนี้ไม่ได้  ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ถูกเล่าต่อๆ กันมาว่า  แม่ของ Saint Augustine ที่มีชื่อว่า โมนิก้า  ได้อธิษฐานเผื่อลูกชายของเขาที่ชื่อ Augustine ตั้งแต่เด็กๆ ทั้งนี้เพื่อให้ Augustine นั้นเป็นเด็กที่เชื่อฟังพระเจ้า แต่เมื่อ Augustine เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พฤติกรรมต่างๆ ของเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ โมนิก้า ก็รู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก  เพราะ Augustine ชอบทำตัวเป็นผู้ชายเจ้าสำราญ
 วันหนึ่ง โมนิก้า ได้อธิษฐานต่อพระเจ้าว่า ขออย่าให้ลูกชายของเขานั้นได้เดินทางไปกรุงโรม  เพราะที่กรุงโรม โมนิก้า เกรงว่าจะยิ่งทำให้เขาฟุ้งเฟ้อมากขึ้น  แต่แล้ววันหนึ่ง Augustine ก็ได้มาบอกกับผู้เป็นแม่ว่าเขาจะไปกรุงโรม  โมนิก้า จึงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากว่าคำอธิษฐานของเขานั้นไม่เป็นผล 
แต่ที่กรุงโรมนั้นเองพี่ - น้องที่รัก  ทำให้ Augustine ได้พบกับคริสเตียนที่ดีมากคนหนึ่ง  ทำให้ Augustine กลับใจใหม่อีกครั้งหนึ่งและได้ถวายตัวเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า  เป็นนักปราชญคริสเตียนที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก  ดังมนุษย์อย่างเราจึงไม่สามารถที่จะตอบคำถามต่างๆ เกี่ยวกับการที่พระเจ้าตอบคำอธิษฐานหรือการที่พระเจ้าไม่ตอบคำอธิษฐานนั้นได้
อย่างไรก็ตามขอให้พี่ - น้องได้รู้และได้เข้าใจเถิดว่า  ไม่ว่าผลลัพธ์ของการตอบคำอธิษฐานของพระเจ้านั้นจะออกมาเช่นไร 
1 ) ไม่ว่าจะถูกฆ่าตายเหมือนยากอบหรือรอดตายอย่างเปโตร  แต่สุดท้าย ท้ายสุดนั่นก็คือทุกคนต้องตาย  แตกต่างกันตรงที่ใครจะตายช้าหรือตายเร็วและแตกต่างกันตรงที่ตายแล้วใครจะได้ไปสวรรค์หรือไปนรกเท่านั้นเอง
2 ) เรา ซึ่งผมหมายถึงผมเชื่อนั้น จะอยู่ในน้ำพระทัยของพระเจ้าเสมอหรือเราจะอยู่ในพระหัตถ์ของพระเจ้าเสมอ
 เมื่อผมแบ่งปันพระวจนะคำของพระเจ้ามาถึงตรงนี้  และถ้าพี่ - น้องยังตามผมอยู่พี่ - น้องก็พอที่จะเข้าใจได้ว่า อำนาจในโลกนี้มี 2 ขั้วด้วยกัน  นั่นก็คือ อำนาจของมาร ซาตานและอำนาจของคริสตจักร  อำนาจของมาร ซาตานใช้กษัตริย์เฮโรดเป็นเครื่องมือ  ส่วนอำนาจของคริสตจักรนั้นใช้การอธิษฐาน
อย่างไรก็ตามพี่ - น้องที่รักครับ  คำอธิษฐานที่พระคัมภีร์ได้มีการบันทึกเอาไว้ในปลายข้อที่ 5 นั้นทำให้เราทราบว่า ไม่ใช่เป็นการอธิษฐานแบบธรรมดาๆ ทั่วไปและในกรณีของเปโตรนั้นก็คงจะอธิษฐานกันแบบธรรมดาๆ ก็คงจะไม่ได้ด้วยเช่นกัน
พระคัมภีร์ได้บันทึกเอาไว้ว่า คริสตจักรได้อธิษฐานต่อพระเจ้าด้วยใจที่ร้อนรน  คำนี้มีความหมายว่า  สมาชิกทุกๆ คนมีความคิดอย่างเดียวกัน  และรวมความคิดนั้นเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วนำความคิดหนึ่งเดียวกันนั้นมาถวายแด่พระเจ้า
 ถ้าจะเปรียบให้ชัดเจน ก็เปรียบเหมือนกับสายกีตาร์ทุกสาย ที่ต่างถูกขึงตึงเท่ากันหมด  เมื่อนักดนตรีดีดสายของกีตาร์มันจึงเกิดอะไรขึ้นครับพี่ - น้อง ? มันจึงเกิดเสียงที่ไพเราะฟังแล้วเสนาะหูขึ้นมาในทันที 
คริสตจักรและสมาชิกทุกๆ คนของคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มเวลานั้นก็เช่นกัน พวกเขาได้รวมความคิดให้เหลือเพียงหนึ่งเดียว และถวายความคิดเพียงหนึ่งเดียวนั้นแด่องค์พระเยซูคริสต์เจ้า 
ดังนั้นพี่ - น้องจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า อ. เปโตร ออกจากคุกมาได้อย่างไร
ผมอยากให้พี่ - น้องได้มาดูพฤติกรรมของ อ. เปโตร กันสักนิดหนึ่งว่า ก่อนที่พระเจ้าจะตอบคำอธิษฐานของคริสตจักรและพี่ - น้องในคริสตจักรนั้น อ. เปโตรอยู่ในอารมณ์ไหน
พระวจนะของพระเจ้าในปลายข้อที่ 6 บอกกับเราว่า “ เปโตรนอนหลับอยู่ระหว่างทหารสองคน ” ซึ่งนั่นหมายความว่า อ. เปโตร เขากำลังนอนหลับอย่างสบายๆ ท่ามกลางทหารที่คอยประกบเขาอยู่ถึงสองคน  ซึ่งโดยแท้จริงแล้วกษัตริย์เฮโรดจะสั่งฆ่าเขาเมื่อไหร่ อาจจะเป็นพรุ่งนี้ในตอนเช้าก็เป็นได้ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงตัวของ อ. เปโตร เองนั่นแหละที่จะต้องอธิษฐานเผื่อตัวเองด้วยใจที่ร้อนรนแต่นี่ปรากฏว่าเขากับหลับสนิท
สิ่งที่น่าสนใจของบทเรียนนี้อย่างหนึ่งนั่นก็คือเรื่องของท่าที คำถามก็คือว่า ท่าทีของ อ. เปโตร ในตอนนี้ได้สอนอะไรกับเรา ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ 1 ปต 5 : 7 และ 1 ปต. 4 : 19 แล้วอ่านพร้อมๆ กันด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ 
“ จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์  เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย ” 1 ปต. 5 : 7
“เหตุฉะนั้นขอให้คนทั้งหลายที่ทนทุกข์ทรมานตามพระประสงค์ของพระเจ้า  จงประพฤติชอบและฝากวิญาณจิตของตนไว้กับองค์พระผู้สร้างผู้เที่ยงธรรมนั้นเถิด” 1 ปต. 4 : 19
ท่าทีของ อ. เปโตร ในตอนนี้สอนเราว่า ชีวิตของท่านเองนั้น ได้ดำเนินไปตามอย่างที่ท่านได้สอนผู้เชื่อคนอื่นๆ เอาไว้ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
เมื่อแบ่งปันมาถึงตรงนี้พี่ - น้องที่รักครับ ผมก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงสังคมไทยของเราทุกวันนี้  เหตุเพราะสังคมไทยทุกวันนี้มีผู้ที่สอนคนอื่นอยู่เป็นจำนวนมาก
คำถามก็คือว่า จะมีสักกี่คนที่ได้ประพฤติและปฏิบัติตาม ในสิ่งที่ตนเองได้สอนผู้อื่นเอาไว้
คริสเตียนหลายต่อหลายคนเองก็เช่นกันที่อยากจะเป็นผู้ที่สอนคนอื่น ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ผิดและนั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีและดีมากๆ ที่เราต่างเสริมสร้างซึ่งกันละกัน แต่คำสอนของคริสเตียนคนนั้นจะขาดน้ำหนักไปในบัดดลหรือในทันที ถ้าคริสเตียนคนนั้นไม่ได้ดำเนินชีวิตของเขาให้เป็นไปตามอย่างที่เขาได้สอนผู้อื่นเอาไว้ โดยเฉพาะชีวิตของผู้ที่ได้เชื่อว่าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า 
คำถามคือว่า ใครคือผู้รับใช้ของพระเจ้า ? คำตอบก็คือว่า  ผู้ที่ได้รับบัพติศมาแล้วทุกคน คือ ผู้รับใช้ของพระเจ้า
เพราะฉะนั้นขอพระเจ้าช่วยเรา ที่ผู้เชื่อทุกๆ คนจะเป็นธรรมิกชนที่พระเจ้าจะทรงโปรดใช้การได้ และเป็นผู้ที่สอนคนหรือเป็นผู้ให้สติให้ปัญญากับคน และหรือเป็นผู้ให้ข้อแนะแนวคิดในการดำเนินชีวิต ทั้งในฝ่ายร่างกายและในฝ่ายจิตวิญญาณต่อผู้อื่น โดยมีชีวิตส่วนตัวดั่งคำสอนนั้นเหมือนดั่งชีวิตของ อ.เปโตร ( อาเมน )
จากพระวจนะคำของพระเจ้าที่เราได้อ่านร่วมกันเราพบอะไร ? 
ประการที่ 3 อยู่ในข้อที่ 7 - 11 ให้ที่ประชุมอ่านพร้อมกันด้วยเสียงดังเชิญครับ
เราพบฤทธิ์อำนาจของพระเจ้า  พระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้บอกกับเราอย่างชัดเจนและโดยละเอียดว่า อ. เปโตร นั้นออกมาจากคุกได้อย่างไร
พี่ - น้องที่รักครับ เบื้องหลังของการอธิษฐานนี้ทั้งหมด และดูเหมือนว่าพระเจ้าจะตอบคำอธิษฐานของพี่ - น้องสมาชิกในคริสตจักรแห่งนี้น่าจะอยู่ใน สดด. 133 ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ สดด. 133 และอ่านพระวจนะของพระเจ้าในบทนี้พร้อมๆ กันด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ 
  และนี่คือ ผลลัพธ์แห่งการอธิษฐานด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน  และนี่คือผลลัพธ์ 1 ) ที่ทำให้เปโตรพ้นคุกและรอดตาย  2 ) ที่ทำให้แผนงานของกษัริย์เฮโรดนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง  ซึ่งนั่นหมายความว่า  ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าจะทำลายฤทธิ์อำนาจของมาร ซาตานอย่างสิ้นเชิง
 ดังนั้นพี่ - น้องที่รัก  ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นกับคริสตจักรของพระเจ้าที่นี่หรืออาจจะเกิดขึ้นกับคนของพระเจ้าที่นี่ หรือจะที่ไหนก็ตาม   และหรืออาจจะเกิดขึ้นกับพี่ - น้องสมาชิกของเราจะที่ไหนๆ ก็ตาม 
ถ้าพี่ - น้อง สมาชิกในคริสตจักรใจสมานสมุทรสงครามแห่งนี้หรือจะคริสตจักรไหนๆ ก็ตามในประเทศนี้ได้รวมตัวกันอธิษฐานต่อพระเจ้าด้วยความปรารถนาที่แรงกล้าและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริง  ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะเหมือนกับเหตุการณ์ในตอนนี้ก็เป็นได้ หรือพระเจ้าอาจจะตอบคำอธิษฐานของพวกเรา เกินกว่าที่พวกเราทูลขอจากพระองค์ก็เป็นได้  ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ อฟซ. 3 : 20 และอ่านพร้อมๆ กันด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ
พี่ - น้องที่รักครับ พระวจนะของพระเจ้าในข้อนี้ ได้ยืนยันกับเราอย่างชัดเจนว่า พระเจ้าสามารถที่จะตอบคำอธิษฐานของพวกเรา เกินกว่าที่เราทูลขอหรือเกินกว่าที่พวกเราจะคาดคิดได้
อย่างไรก็ตามพระวจนะของพระเจ้าในข้อที่ 12 บอกกับว่า  เมื่อท่านเปโตรพ้นจากคุกแล้ว ท่านก็ได้เดินไปยังบ้านของมารีย์แม่ของยอห์นในทันที ซึ่งที่บ้านหลังนั้นก็กำลังมีการอธิษฐานเผื่อท่านเปโตรกันอยู่  พอเปโตรเคาะประตูทันใดนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งออกมาดูและเขาจำเสียงนั้นได้ว่าเป็นเสียงของเปโตร  แต่เขายังไม่ได้เปิดประตูปล่อยให้เปโตรยืนรออยู่ข้างนอก แต่ได้วิ่งไปบอกพี่ - น้องที่กำลังอธิษฐานกันอยู่ด้วยใจที่ร้อนรน  ซึ่งพวกเขาเชื่อไหมครับ ?  พวกเขาไม่เชื่อ 
เขาคิดว่าหญิงสาวคนนั้น คงจะเห็นทูตสวรรค์ประจำตัวของท่าน อ. เปโตร เสียมากกว่า  เมื่อหญิงสาวนั้นบอกไม่ใช่ แต่เป็นท่านเปโตรจริงๆ  ถ้าในสมัยนี้เราก็จะต้องพูดว่าเป็นท่านเปโตรตัวเป็นๆ  อะไรประมาณนั้น  อย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยังไม่เชื่อหาว่าหญิงสาวนั้นเป็นบ้าไปแล้ว
ระหว่างนั้นท่าน อ. เปโตร ก็ได้เคาะประตูข้างนอกอีกครั้งหนึ่ง และเมื่อเขาได้ยินเสียงเคาะประตู  พวกเขาก็ได้พากันไปเปิดประตู  พอเห็นว่าเป็นท่าน อ. เปโตร พวกเขาก็อัศจรรย์ใจ และเมื่อท่าน อ. เปโตร ได้เล่าให้พวกเขาฟังว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าได้เป็นผู้พาเขาออกจากที่นั่น และนี่คือฤทธิ์อำนาจของพระเจ้าหรือนี่คือสิ่งที่พระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้กระทำ
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ผมได้กล่าวมาทั้งหมดนั้น  ก็เพียงเพื่อที่จะบอกกับพี่ - น้องว่าสิ่งที่แย่ที่สุดในการอธิษฐานนั่นก็คือ  การที่เราอธิษฐานแล้วเราไม่เชื่อ เราไม่เชื่อว่าพระเจ้าจะทรงตอบคำอธิษฐานของพวกเรา
ยรม. 33 : 3  พระวจนะของพระเจ้าตรัสว่า “ จงทูลเราและเราจะตอบเจ้า ” ซึ่งนั่นหมายความว่า  พระเจ้าตอบเราไหมครับ ?  พระเจ้าตอบเราอย่างแน่นอน
ในบางกรณีพี่ - น้องทราบไหมครับว่า พระเจ้าได้ทรงตอบคำอธิษฐานของเรานั้น ก่อนที่เราจะอธิษฐานด้วยซ้ำไป  ในกรณีของท่าน อ. เปโตร ตอนนี้  พระเจ้าได้ทรงตอบคำอธิษฐานของพี่ - น้องในคริสตจักร ก่อนที่พี่ - น้องในคริสตจักรในเยรูซาเล็มจะอาเมนหรือก่อนที่พี่น้องจะอธิษฐานจบด้วยซ้ำไป   และในบางกรณีพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของพี่ - น้องในทันที
อย่างไรก็ตามพี่ - น้องที่รักครับ ผมพบว่าในหลายๆ กรณีหรือในหลายๆ คนนั้น พระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานของผู้เชื่อคนนั้ ภายหลังจากที่พวกเขาได้จากไปอยู่กับพระเจ้าแล้วก็มี  Ex. เช่น ในกรณีของ ยอร์ช  มูลเลอร์ เป็นต้น
สรุปพระวจนะของพระเจ้าในตอนนี้คือ
1. ฤทธิ์อำนาจของซาตานนั้นมีขีดจำกัด
2. ฤทธิ์อำนาจของผู้เชื่อมีพลังทำให้เกิดผล
3. ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้านำมาซึ่งผลลัพธ์แห่งความสำเร็จ

 
< Prev   Next >
Popular ได้รับความสนใจมาก

Church Gallery

คจ.ใจสมานสมุทรสงคราม
Active Image
Active Image
Active Image
Active Image


Designed by Thaic IT for Christ