|
เราไม่ใช่คริสเตียนจิ้งหรีด |
ข้อพระคัมภีร์ที่จะใช้เป็นกุญแจในการแบ่งปันกับพี่ - น้องในเช้าวันนี้ จะอัญเชิญ จากพระธรรม ฮชย.4 : 6 ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ ฮชย. 4 : 6 แล้วอ่านพร้อมๆ กันอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ “ ประชากรของพระเจ้าถูกทำลายเพราะขาดความรู้ ” และผมจะให้ชื่อเรื่องของคำเทศนาในเช้าวันนี้ว่า “ เราไม่ใช่คริสเตียนจิ้งหรีด ” ( ให้เราได้ร่วมใจกันอธิษฐาน ) พี่ - น้องที่รักครับ เมื่อตอนที่พี่ - น้องเป็นเด็กตัวน้อยๆ อยู่นั้น พี่ - น้องเคยเอาจิ้งหรีดมาปั่นเล่นกันไหมครับ ? ผมเคยเอาจิ้งหรีดมาปั่นหัวเล่นเพื่อให้มันสู้กัน เสียงของกองเชียร์ตอนที่จิ้งหรีดมันสู้กัน มันทำให้เรารู้สึกสนุกดี พี่ - น้องทราบไหมครับว่า งานของผู้รับใช้พระเจ้าซึ่งไม่ใช่เป็นงานของผมเพียงคนเดียวเท่านั้นนะครับ แต่เป็นงานของพวกเราทุกๆ คนด้วยนั้น คือ งานอะไร ? ฝ่ายวิญญาณ ดังนั้นถ้าเราจะมองสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับประเทศชาติบ้านเมืองของเราที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ในมุมมองของมิติในฝ่ายวิญญาณ เราจะมองอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ? เวลานี้มาร ซาตาน วิญญาณชั่ว มันกำลังใช้ใครบางคนและใช้คนบางกลุ่มอยู่ในเวลานี้ “ ปั่นหัว ” ให้พวกเราซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันเอง เกิดการทะเลาะวิวาทกัน ตีกัน แตกแยกกัน และเข่นฆ่ากันเอง ในฐานะที่เราเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า เรามีมุมมองแบบนี้ได้ไหมครับพี่ - น้อง ? และถ้าคนไทยทะเลาะกันเอง ตีกันเอง แตกแยกกัน ล้างฆ่าทำลายกันเอง พี่ - น้องทราบไหมครับว่า ? คนที่หัวเราะอย่างสนุกสนาน รื่นเริง เหมือนกับการที่เราเอาจิ้งหรีดมาปั่นหัวกันนั้นคือใครครับพี่ - น้อง ? คือ คนที่ปั่นหัวคนไทยนั่นแหละ ที่สนุกสนานรื่นเริงอยู่ในเวลานี้และรวมทั้งบิดาของเขาอีกคนหนึ่งด้วยนั่นก็คือ พญามารนั่นเอง ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลยพี่ - น้องที่รักครับ ที่ในเวลานี้ไม่ว่าเราจะเดินไปที่ไหนก็ตามในประเทศไทยเรามักจะได้ยินคำถามหนึ่งซึ่งถือได้ว่าเป็นคำที่สุดฮิตที่สุดในเวลานี้ และคำถามที่เขาถามกันอยู่นั่นก็ คือ คุณอยู่ฝ่ายไหนหรือคุณอยู่สีอะไร ? พี่ - น้องทราบไหมครับว่า ในปัจจุบันนี้คำถามเมื่อสักครู่นี้เนี่ย มันได้แพร่กระจายเข้าไปถึงทั่วทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่คริสตจักรของพระเจ้า เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาผมไปประชุมทีมศิษยาภิบาลที่คริสตจักรแม่มาที่กรุงเทพฯ พบพี่ - น้องของเราคนหนึ่งเขาอยู่ คจ.อากาเป้ ซึ่งเป็น คจ.ของคนหูหนวกเป็นใบ้ เขาทักทายผมและเขาถามผมด้วยการทำท่าแบบนี้ครับพี่ - น้อง จึงทำให้ผมรู้ว่าคำถามนี้มันได้ระบาดไปทั่วจริงๆ ไม่เว้นแม้แต่วงการของคนใบ้ ในฐานะที่พี่ - น้องและผม ต่างเป็นผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้า เราต่างต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่ง นั่นก็คือว่า พี่ - น้องและผมไม่สามารถที่จะหลบลี้หนีเลี่ยงคำถามของสังคมนี้ไปได้ด้วยเช่น ดังนั้นเมื่อเราถูกถามว่า เราอยู่ฝ่ายไหนหรือเราอยู่สีอะไร ? เราควรที่จะตอบว่าเราอยู่สีอะไรหรือเราอยู่ฝ่ายไหนดีครับพี่ - น้อง ? เหลือง แดง น้ำเงิน หลากสี ให้พี่ - น้องได้บอกกับคนข้างซ้าย ข้างขวาว่า “ อาจารย์ฉันไม่ใช่คริสเตียนจิ้งหรีด อย่ามาปั่นหัวฉันเสียให้ยาก” พระคำของพระเจ้าในหนังสือ ฮชย. 4 : 6 บอกกับเราอย่างชัดเจนว่า “ ประชากรของพระเจ้าถูกทำลายเพราะขาดความรู้ ” เพราะฉนั้นเราจะไม่เป็นคริสเตียนที่ขาดความรู้ในการที่จะตอบคำถามต่างๆเหล่านี้ อาเมนไหมครับพี่ - น้อง ดังนั้นเมื่อพี่ - น้องถูกถามว่า เราอยู่ฝ่ายไหนหรือว่าเราอยู่สีอะไร เราในฐานะที่เป็นผู้เชื่อและเป็นผู้ที่ใช้พระวจนะของพระเจ้า ผมจึงอยากให้เราได้มาดูที่พระวจนะคำของพระเจ้าด้วยกันก่อน ก่อนที่เราจะตอบคำถามนี้กับสังคม และเมื่อพี่ - น้องและผมต่างเข้าใจอย่างชัดเจนแล้วเราถึงค่อยตอบเขาดีไหมครับพี่ - น้อง สิ่งที่ผู้เชื่อควรที่จะรู้และควรที่จะเข้าใจก่อนที่เราจะตอบว่าเรานั้นอยู่สีอะไร ? ประการที่ 1 อยู่ในพระธรรม ยน. 6 : 38 ให้ที่ประชุมเปิดและอ่านพร้อมๆ กันอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ดัง เชิญครับ ประการที่ 1 เราพบ พันธกิจแห่งการคืนดี พี่ - น้องที่รักครับ ถ้าพี่ - น้องอ่านในพระวจนะของพระเจ้าและถ้าพี่ - น้องยังจำได้ดี พี่ - น้องก็จะพบว่า มนุษย์นั้นเป็นคนบาป บาปที่มนุษย์คู่แรกของโลกได้กระทำนั้น คือ บาปแห่งการไม่เชื่อฟังพระเจ้า ด้วยเหตุนี้เองทำให้มนุษย์นั้นจึงได้ถูกแยกออกจากพระเจ้า อย่างไรก็ตาม เราพบว่ามนุษย์นั้นมีใจปรารถนาที่อยากจะกลับไปคืนดีกับพระเจ้า และมนุษย์คิดว่าการทำความดีนั้น น่าจะเป็นหนทางที่จะทำให้มนุษย์นั้นกลับไปคืนดีกับพระเจ้าได้ แต่อย่างไรก็ตามพี่ - น้องที่รักครับ มนุษย์นั้นก็ไม่ทราบว่า โดยแท้จริงแล้วมนุษย์นั้นจะต้องทำความดีกันมากสักเท่าไหร่ ถึงจะกลับไปคืนดีกับพระเจ้าซึ่งประทับอยู่บนสวรรค์ได้ และโดยพระทัย พระเมตตาแด่พระเจ้าของเรา ที่พระองค์ทรงปรารถนาที่อยากจะให้มนุษย์นั้นได้มีโอกาสกลับมาคืนดีกับพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้เองพี่ - น้องที่รัก เป็นเหตุทำให้องค์พระเยซูคริสต์เจ้าจึงถูกส่งให้เข้ามาในโลกใบนี้ เพื่อทำพันธกิจแห่งการแตกแยกหรือทำพันธกิจแห่งการคืนดีครับพี่ - น้อง ? องค์พระเยซูคริสต์เจ้าทรงเสด็จเข้ามาในโลกนี้ เพื่อทำพันธกิจแห่งการคืนดีเพื่อคนบาปทั้งหลาย พระเยซูตรัสว่า พระองค์นั้นมิได้เสด็จมาเพื่อทำตามความประสงค์ของพระองค์ แต่ทรงทำตามความประสงค์ของผู้ทรงใช้เรามา นั่นก็คือ พระบิดาพระองค์ ซึ่งทำให้เราทราบว่า จุดประสงค์ในการทำพันธกิจแห่งการคืนดีของพระเยซูในเวลานี้อยู่ที่ไหนครับพี่ - น้อง ? อยู่ที่การทำให้น้ำพระทัยของพระเจ้า พระบิดานั้นสำเร็จ คำถามก็คือว่า คนสีเหลือง คนสีแดง คนสีน้ำเงิน คนหลากสีและหรือไม่ว่าคนๆนั้นจะสีอะไรก็ตาม ต่างเป็นคนบาปไหมครับพี่ - น้อง ? ต่างเป็นคนบาปด้วยกันทั้งสิ้น พี่ - น้องลองช่วยผมพิจารณาสักนิดหนึ่ง สมมติว่าวันนี้ถ้าพระเยซูคริสต์ยืนอยู่ในสีใดสีหนึ่ง พี่ - น้องคิดว่าพระเยซูจะประกาศกับคนสีอื่นๆ ได้หรือไม่ หรือพระเยซูจะทำพันธกิจแห่งการคืนดีนี้สำเร็จได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นขอให้พี่ - น้องได้รู้และได้เข้าใจเถิดว่า อาณาจักรหรือแผ่นดินสวรรค์ของเจ้านั้นไม่ได้ยืนอยู่เพื่อคนสีใดสีหนึ่ง แต่พระเยซูทรงรักคนบาปที่ยืนอยู่ในทุกๆ สี เพราะฉะนั้นถ้ามีผู้คนในสังคมถามเรา ซึ่งเป็นผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าว่า เราอยู่ฝ่ายไหนหรือสีอะไร ? พี่ - น้องพอที่จะตอบเขาได้หรือยังครับว่า คริสเตียนนั้นอยู่ฝ่ายไหนหรือสีอะไร ? เราไม่ได้อยู่สีไหนแต่เราอยู่ฝ่ายของพระเยซู สิ่งที่ผู้เชื่อควรที่จะรู้และควรที่จะเข้าใจก่อนที่เราจะตอบว่าเรานั้นอยู่สีอะไร ? ประการที่ 2 มธ. 28 : 19 - 20 ประการที่ 2 เราพบ การทรงเรียกให้มีความรับผิดชอบในฝ่ายวิญญาณ พี่ - น้องที่รักครับ ในฝ่ายกายภาพนั้น เรามักจะเห็นกลุ่มของผู้ชุมนุมในสีต่างๆต่างเรียกร้องให้คนไทยนั้นออกมาร่วมชุมนุมกัน ในลักษณะของคำพูดหรือป้ายเชิญชวนในทำนองที่ว่า “ รักชาติต้องออกมา ” “ สู้เพื่อพระเจ้าอยู่หัว ” จริงหรือไม่จริง และโดยข้อเท็จจริงผมก็พบว่า มีคริสเตียนจิ้งหรีดอยู่จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวในสังคมไทย ที่ยอมให้คนที่ไม่ได้เชื่อในพระเจ้าเหล่านั้นออกมาปั่นหัวเพื่อให้เรานั้นได้ก้าวออกไปตามคำเรียกของกลุ่มสีนั้นๆ คริสเตียนจิ้งหรีดบางคนไม่พียงแต่ก้าวออกไปเท่านั้นนะครับพี่ - น้องแต่ยังมีการถวายพิเศษให้กับกลุ่มสีต่างๆ เหล่านั้นอีกด้วยและนั่นคือ ฝ่ายกายภาพซึ่งเราสามารถที่จะมองเห็นด้วยสายตาของเรา ในมิติของฝ่ายวิญญาณก็เช่นกันพี่ - น้องที่รัก ก่อนที่องค์พระเยซูคริสต์เจ้าจะเสด็จขึ้นไปอยู่กับพระบิดาในสวรรค์นั้น พระเยซูได้ทรงตรัสเอาไว้ในมธ. 28 : 19 - 20 ซึ่งนั่นหมายความว่า องค์พระเยซูคริสต์เจ้าได้ทรงเรียกหรือได้ทรงมอบพันธกิจแห่งการคืนดีนั้นเอาไว้ให้กับใครครับ ? ให้กับผู้เชื่อทุกๆ คน เพราะฉะนั้นถ้าผู้เชื่อหรือถ้าคริสเตียนเรา ต่างยืนอยู่ในกลุ่มสีใด สีหนึ่งเสียแล้ว คำถามก็คือว่า แล้วพี่ - น้องจะประกาศเรื่องอาณาจักรหรือแผ่นดินสวรรค์กับคนสีอื่นๆ เหล่านั้นได้อย่างไร สดด. 145 : 134 บอกกับเราอย่างชัดเจนว่า “ ราชอาณาจักรของพระองค์เป็นราชอาณาจักรนิรันดร์ และการครอบครองแผ่นดินของพระองค์ ดำรงอยู่ตลอดทุกชั่วชาติพันธ์” พระคำของพระเจ้าใน สดด. 145 : 134 บอกกับเราอย่างชัดเจนว่า อาณาจักรหรือราชวงศ์ต่างๆ ที่มนุษย์ได้มีการสถาปนาขึ้นมาทั้งหมด ทั้งในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรโรม ไม่ว่าจะเป็นอาณาจักรออตโตมัน รวมทั้งอาณาจักรหรือราชวงศ์ต่างๆ ทั้งในปัจจุบันที่มีอยู่ในเวลานี้และรวมทั้งในอนาคต พระคำของพระเจ้าใน สดด. 145 : 134 บอกกับเราอย่างชัดเจนว่า ต่างมาแล้วก็ไปทั้งสิ้น ไม่มีอาณาจักรใดหรือราชวงศ์ใดๆ เลยที่จะอยู่ยั้งยืนยง แต่อาณาจักรหรือแผ่นดินของพระเจ้าเท่านั้นที่จะดำรงอยู่เป็นนิตย์ อาเมน คำถามก็คือว่า แล้วทำไมคริสเตียนเรา ถึงไม่ออกมาตอบสนองต่อการทรงเรียกนี้ หรือไม่ออกมาทำพันธกิจที่ถาวรนิรันดร์นี้กันให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นในเช้าวันนี้ผมจึงขอเรียกร้องพี่น้องด้วยคำพูดในทำนองที่ว่า “ รักพระเยซูต้องออกมา ” “ สู้เพื่อพระเยซู ” เพราะฉะนั้นถ้ามีผู้คนในสังคมถามเรา ซึ่งเป็นผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าว่าเราอยู่ฝ่ายไหนหรือสีอะไร ? พี่ - น้องพอที่จะตอบเขาได้หรือยังครับว่า คริสเตียนนั้นอยู่ฝ่ายไหนหรือสีอะไร ? สิ่งที่ผู้เชื่อควรที่จะรู้และควรที่จะเข้าใจก่อนที่เราจะตอบว่าเรานั้นอยู่สีอะไร ? ประการที่ 3 ลก. 10 : 27 ประการที่ 3 เราพบ ความจงรักภักดีสูงสุด พี่ - น้องทราบไหมครับว่า พอเรามาเป็นคริสเตียนแล้วเราได้รับสิทธิในการเป็นคน 2 สัญชาติหรือคน 2 พลเมืองในทันที พลเมืองแรก นั่นก็คือ พลเมืองของแผ่นดินโลก ในฐานะที่เราเป็นพลเมืองของประเทศนี้ คนไทยทุกๆ คนต่างถูกปลูกฝังให้รักชาติและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์อย่างสูงสุด แลกได้แม้กระทั่งชีวิตของเรา พลเมืองที่สอง นั่นก็คือ พลเมืองของแผ่นสวรรค์ ในฐานะที่เราเป็นพลเมืองของแผ่นดินสวรรค์ เราต่างถูกปลูกฝังให้รักพระเจ้าอย่างสุดจิต สุดใจ สุดกำลัง สุดความคิดของเรา อาจจะกล่าวอีกนัยยะหนึ่งก็ได้ว่า คริสเตียนถูกปลูกฝังให้เป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีสูงสุดต่อพระวจนะคำของพระเจ้า คริสเตียนไม่ได้ถูกปลูกฝังให้มีความจงรักภักดีสูงสุดในสีใดสีหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราอย่าเป็นคริสเตียนจิ้งหรีดให้ใครมาปั่นหัว ที่สำคัญก็คือว่า หัวหน้าหรือผู้นำของแต่ละสีก็ไม่ได้มีใครที่จะมาตายเพื่อคนบาปอย่างพี่ - น้องและผมบนไม้กางเขนนั้น เพราะฉะนั้นขอให้เรามีความจงรักภักดีสูงสุดต่อองค์พระเยซูคริสต์เจ้าผ่านทางพระวจนะคำของพระเจ้า คำถามก็คือว่า เวลานี้ความจงรักภักดีสูงสุดในฝ่ายจิตวิญญาณของพี่ - น้องอยู่ที่พระคำของพระเจ้าใช่หรือไม่ ? ถ้าพี่ - น้องตอบว่าใช่ ที่ความจงรักภักดีสูงสุดของเรานั้นอยู่ที่พระวจนะของพระเจ้า ดังนั้นถ้ามีใครมาปั่นหัวพี่ - น้อง เช่น บอกว่าเราไม่ต้องเคารพกฎหมายอีกต่อไป พี่ - น้องก็จะต้องตรวจสอบไปที่พระวจนะของพระเจ้าว่า พระคำของพระเจ้าพูดอย่างนั้นจริงหรือไม่ ( ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ รม. 13 : 1 - 2 และอ่านพร้อมๆ กันอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ ) จริงไหมครับ ที่พระคำของพระเจ้าบอกกับเราว่า เราไม่ต้องเคารพต่อกฎหมายบ้านเมือง ถ้าไม่จริงเราก็ต้องบอกกับเขาเลยว่า “เราไม่ได้เป็นคริสเตียนจิ้งหรีด เพราะฉะนั้นอย่ามาปั่นหัวเสียให้ยาก” เหตุเพราะในหนังสือ รม. 13 : 1 - 2 บอกกับเราว่า “ ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้ที่มีอำนาจปกครอง………………………………………...” ที่สำคัญคือ เราไม่ได้พูดเอง แต่พระเจ้าเป็นคนพูด ซึ่งพระคำของพระเจ้านั้นถูกเขียนขึ้นมาเป็นพันๆ ปีก่อนที่จะมีเรื่องม๊อบสีต่างๆ นี้เกิดขึ้นมาเสียอีก จริงหรือไม่จริงครับพี่ - น้อง อาจจะกล่าวอีกนัยยะหนึ่งก็ได้ว่า พระคัมภีร์นั้นถูกเขียนขึ้นมาก่อนที่จะมีประเทศไทยเสียอีกดังนั้นพระคัมภีร์เล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่ศักดิ์สิทธิ์และทันสมัยอยู่เสมอ พี่ - น้องทราบไหมครับว่า คริสเตียนไทยโดยส่วนมากไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก่อนที่จะมาเชื่อพระเจ้านั้น โดยส่วนมากแล้วมีพื้นฐานความเชื่อเดิมมาจากศาสนาพุทธ ผู้ชายส่วนมากที่มีความเชื่อเดิมมาจากพุทธ ก่อนที่จะมาเชื่อพระเจ้า พระเยซูนั้น ก็มักจะไปแสวงหาเครื่องลางของขลังหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสัก ทั้งฝัง ทั้งเช่า ทั้งบูชา ทั้งเสียเงินก็ไป ทั้งเจ็บตัวก็เอา จริงหรือไม่จริง ผู้หญิงส่วนมากที่มีความเชื่อเดิมมาจากพุทธ ก่อนที่จะมาเชื่อในพระเจ้า พระเยซูนั้น ก็มักจะไปหาการเจิม การเสริม การผูก การแก้ เช่น เจิมหน้าผาก เสริมดวง ผูกราศี แก้ไขตำหนิ เป็นต้น ทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาก็ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แท้ทั้งสิ้น แต่เมื่อคนเหล่านี้มีโอกาสได้กลับใจมาเชื่อในพระเจ้า พระเยซู ซึ่งเป็นพระเจ้าแท้และพระคัมภีร์ก็เป็นหนังสือที่ศักดิ์สิทธิ์แท้และทันสมัยอยู่เสมอ ผู้เชื่อเหล่านี้กับบอกว่าไม่ค่อยมีเวลา ทำงานทั้งวันมาก็เหนื่อยแล้ว เรากับบอกว่าเราอ่านไม่ค่อยออก ความจำไม่ค่อยดี จริงหรือไม่จริง ( ให้เราบอกกับคนข้างซ้าย ข้างขวาว่า ฉันล่ะเบื่อผู้เชื่อเหล่านี้จริงๆ ) ( ในนามของพระเยซูคริสต์ ขอขับไล่วิญญาณแห่งความขี้เกียจนี้ออกไป และทำลายเหตุผลจอมปลอม และความคิดจิปาถะนี้ออกไป ในพระนามขององค์พระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน ) กลับมาที่พระวจนะของพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ในทางตรงกันข้ามถ้าพระคำของพระเจ้าบอกกับเราว่า ให้เราทุกคน “ จงยอมอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของผู้ที่มีอำนาจปกครอง ” แต่เรากับยินดีและเต็มใจที่จะยอมเป็นคริสเตียนให้เขาปั่นหัว พระคำของพระเจ้าในมธ. 12 : 30 ว่าอย่างไร ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ มธ. 12 : 30 และอ่านพร้อมๆ กันอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ คริสเตียนที่รู้ทั้งรู้อยู่ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ยังยอมที่จะเป็นคริสเตียนจิ้งหรีดคอยให้เขาปั่นหัวอยู่ได้ พระคำของพระเจ้าใน มธ. 12 : 30 บอกกับเราอย่างชัดเจนว่าคุณก็คงจะไม่เหมาะที่จะเดินร่วมทางไปกับพระองค์ ปัญหาก็คือว่า วันนี้พอมีคนมาพูดอะไรกับเรา คริสเตียนไทยโดยส่วนมากมักจะไม่ได้กลับไปที่พระวจนะของพระเจ้า เพราะคริสเตียนไทยมัวแต่จดจ่ออยู่กับ “ คุณนายสามสลึง ” กับ “ ตะวันยอแสง” จริงหรือไม่จริง ( ให้เราบอกกับคนข้างซ้าย - ข้างขวาว่าหวังว่า คุณคงไม่ใช่คนนั้น ) ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลยพี่ - น้องที่รัก ที่ผู้เชื่อหรือคริสเตียนไทยจึงเป็นคริสเตียนจิ้งหรีดกันเสียเป็นส่วนมาก ด้วยเหตุนี้เองพระคำของพระเจ้าจึงกล่าวเอาไว้อย่างถูกต้องใน ฮชย. 6 : 4 ว่า “ ประชากรของพระเจ้าถูกทำลายเพราะขาดความรู้ ” หลายคนบอกฉันไม่ได้ขาดความรู้นะอาจารย์ ฉันจบปริญญา แล้วอย่างนี้จะมาบอกว่าฉันขาดรู้ได้อย่างไร พี่ - น้องที่รักครับ ความรู้ที่พระคัมภีร์พูดถึงในข้อนี้ไม่ใช่เป็นความรู้ในฝ่ายโลก แต่เป็นความรู้ในเรื่องของพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์ ที่ผู้เชื่อทุกๆ คนจะต้องถ่อมใจลงและอ่านในทุกๆวัน ในหนังสือบทเพลงคร่ำครวญ 3 : 23 บอกกับเราว่าความรู้ในเรื่องของพระเจ้า พระวิญญาณบริสุทธิ์นั้นเป็นของใหม่อยู่ในทุกเวลาเช้า เพราะฉะนั้นถ้าพี่ - น้อง ไม่นั่งลงที่จะใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าในแต่ละวัน เราอาจจะสันติสุข หรือเราอาจจะขาดพระพร และหรือเราอาจจะถึงกับชีวิตก็เป็นได้ทั้งๆ ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าพยายามที่จะเตือนเรา พี่ - น้องที่รักครับ เมื่อ 4 - 5 ปีที่ผ่านมาผมกับภรรยามีโอกาสซื้อบัตร Dinner Talk ในราคาของผู้รับใช้พระเจ้าเพื่อไปทานข้าวและฟังคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑากา ผู้อำนวยการ สตง. พูดถึงสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับท่าน ท่านได้เล่าให้ที่ประชุมฟังว่าวันหนึ่งอดีตนายกผู้ซึ่งอยู่ไกลในตอนนี้ ได้เรียกคุณหญิงให้เข้าพบเพื่อ……..แต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าตรัสกับคุณหญิงว่าอย่าไป คุณหญิงจึงโทรไปแจ้งท่านว่าติดภารกิจไปไม่ได้ ต่อมาภายหลังถึงรู้ว่า……………………... พี่ - น้องที่รักครับ ถ้าเราไม่นั่งลงใคร่ครวญพระคำของพระเจ้าเราอาจจะถูกกลั่นแกล้ง เราอาจจะถูกปลดจากตำแหน่งก็เป็นได้ทั้งๆ ที่ พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้ากำลังที่จะเตือนเรา ทั้ง 3 ประการที่ได้กล่าวมานั้น เป็นสิ่งที่เราควรรู้และควรที่จะเข้าใจ ก่อนที่เราจะตอบสังคมว่าเรานั้นอยู่สีอะไรหรือว่าเราอยู่ฝ่ายไหน เวลานี้พี่ - น้องรู้แล้วหรือยังครับว่า เราอยู่ฝ่ายไหน ? เราอยู่ฝ่ายพระเจ้า เมื่อเราอยู่ในฝ่ายของพระเจ้า พี่ - น้องก็จะต้องรู้ว่าในสถานการณ์ของบ้านเมืองที่เป็นอยู่ในเวลานี้นั้นเป็นอย่างไร ให้ที่ประชุมเปิดไปที่ มก. 3 : 24 - 26 และอ่านพร้อมๆกันอย่างช้าๆ ด้วยเสียงที่ดังเชิญครับ พระคำของพระเจ้าบอกกับเราอย่างชัดเจนว่า ถ้าเป็นครอบครัว ครอบครัวนั้นก็จะเป็นครอบครัวไม่ได้ มันจะเกิดการแตกแยก ถ้าเป็นประเทศ ประเทศนั้นก็จะถูกฉีกออกและเราจะอยู่กันอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ซึ่งเสด็จประภาสอยู่ที่ประเทศเยอรมันและพระองค์ทรงใช้เวลาส่วนหนึ่งตรัสกับคนไทยในเยอรมันว่า ถ้าประเทศไทยแตกแยกเราก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างมีความสุขได้อย่างไร พี่ - น้องอยากเห็นประเทศนี้ถูกฉีกออกไหมครับ ถ้าพี่ - น้องไม่อยากเห็นประเทศนี้ถูกฉีกออกหรือถ้าพี่ - น้องไม่อยากเห็นประชาชนในประเทศนี้ต้องเฆ่นฆ่ากันเอง พี่ - น้องก็จะต้องอุทิศตัวโดยให้เวลาในการอธิษฐานเผื่อประเทศนี้ให้มากยิ่งขึ้นมิใช่อุทิศตัวโดยการไปนั่งอยู่ที่ในม๊อบของสีใดสีหนึ่ง และผมเชื่อว่าถ้าพระเยซูคริสต์อยู่ในยุคของเราและกำลังเผชิญปัญหาเช่นเดียวกับที่เรากำลังเผชิญ ผมเชื่อว่าพระเยซูก็จะอุทิศตัวของพระองค์เองในการที่จะอธิษฐานเผื่อประเทศนี้อย่างแน่นอน สรุป พระวจนะของพระเจ้าในเช้าวันนี้ คือ อยู่ฝ่ายพระองค์ให้ทำอย่างพระองค์ ( อาเมน )
|